THEPANN BLOG
Hiiiiiiiiii everyone เราชื่อ panนะ แต่จริงก็เรียก Thepann นั่นแหละดีแล้ว
มาเริ่มทำความรู้จักกันดีกว่า➹➹
หลายๆคนที่เข้ามาใน Blog นี้อาจจะรู้สึกว่าทำไมต้องเป็น Thepann ด้วยหล่ะ? กันใช่ไหม คำตอบของคำถามนี้ไม่ยากเลย มา!!เราจะเล่าให้ฟัง คือวันนึงเราอยากเปลี่ยนชื่อใน IG แล้วรู้สึกจะมีอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นเรามากที่สุด ซึ่ง The ในภาษาอังกฤษจะบอกถึงว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งเดียวบนโลกไง เลยตั้งชื่อว่า Thepann เห็นไหมมมมบอกแล้วมันต้องมี story เราจะมาแนะนำให้ทุกๆคนรู้จักเรากันมากขึ้นแล้วกัน เราเนี่ยเวลาว่างๆชอบฟังเพลง ดูหนัง แต่ดูหนังเนี่ยเราชอบดูที่บ้านมากกว่านะ ไม่ค่อยชอบดูที่โรงภาพยนตร์เท่าไหร่ ก็อยู่ที่บ้าน เราจะเดินไปเดินมา จะนอนดูนั่งดูหรือนอนดู ก็ทำได้เลยไม่ต้องเกรงใจใคร มันจะรู้สึก relax กว่าไง อีกอย่างนะ เราเป็นคนชอบถ่ายรูปมากกกกก ไม่ว่าจะกล้องฟิล์ม กล้องdalr หรือกล้องไหนๆนะ ก้ชอบหมดแหละ เราไม่ค่อยชอบกินของหวานหรอก แต่ถ้ากินหวานทีจะหวานมากๆเลยแหละ แต่ก็นานๆกินทีแหละ Blog นี้อาจจะเป็น Blog สั้นๆ แต่เราก็ดีใจนะที่ทำให้เราได้แนะนำตัว บอกเล่าความเป็นตัวเอง
Today เรามีรูปมาอวดด้วยแหละ555555
สวยใช่ไหมหล่ะ ไม่ต้องชมหรอกเรารู้ 55555 ⤧⤗ See Yaaaaaaaaaaa
- THE END -
_________________________________________________________________________________
อ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสี่อความ
มัธยมศึกษาปีที่ 5 วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชื่อ มนัสนันท์ เจียรวรกุล เลขที่ 20 ห้อง ม. 5/1-1
เรื่อง:ความรู้เกี่ยวกับ AR (Augmented Reality)
AR ย่อมาจาก Augmented Reality ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำเอาภาพเสมือน 3 มิติจำลองเข้าสู่โลกจริงผ่านกล้องและมีการประมวลผลโดยการทำให้วัตถุ 3 มิติ (ภาพเสมือน) ทับซ้อนเข้ากันกับภาพจริงเป็นภาพๆเดียว โดยเราสามารถมองผ่านกล้องได้โดยตรงเลย
ซึ่งเมื่อเราได้ยินคำว่า AR ก็มักจะได้ยินร่วมกับคำว่า VR ซึ่งย่อมาจาก Virtual Reality เป็นเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน ต่างกันที่ VR คือการจำลองโลกเสมือนขึ้นมาและเข้าถึงได้จากอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น แว่น Oculus Rift, Play Station VR เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี AR นั้นมีมาตั้งแต่ปี 2010 และถ้านึกถึงเทคโนโลยี AR ส่วนใหญ่ที่ผู้คนนึกถึงก็จะเป็นในด้าน Game และ Entertainment กันเป็นหลัก เนื่องจากในช่วง 2–3 ปีมานี้ แอพพลิเคชันที่เป็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AR ได้เป็นอย่างดีเลยก็คือ Pokemon Go นั่นเอง
ชนิดของ Augmented Reality
AR สามารถแบ่งแยกชนิดหลักๆ ได้ 2 ชนิดหลักๆ คือ
- Marker-Based : ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบเครื่องหมาย สัญลักษณ์ต่างๆ เป็นใบปลิว โบรชัวร์ต่างๆ ผู้ใช้ทำการ scan ด้วยกล้องจากตัว smartphone เพื่อแสดงภาพ 3 มิติ
- Location-Based : ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้ smartphone scan จากภาพ เพียงแค่ใช้ GPS ของเครื่องนั้นๆ ก็สามารถแสดงภาพ 3 มิติได้
- การทำงานหลักๆของ AR (ขึ้นอยู่กับ Engine และ Toolkit ของแต่ละผู้ผลิต) ซึ่งส่วนหลักๆจะคล้ายๆกัน เช่น
- Tracking : ติดตาม วัดแรงเฉื่อย วัดตำแหน่ง องศาของโทรศัพท์ ทำให้รู้ว่าอยู่ในทิศทางใด
- Rendering : การแสดงผลพวกภาพ Model 3 มิติ ร่วมกับภาพจริงๆ ให้เป็นเหมือนภาพเดียวกัน
- Scene : มีการเข้าใจรายละเอียดของฉากในภาพ เช่น ถ้าห้องมืด ภาพก็จะสว่างๆ
ข้อดีของการนำ AR มาประยุกต์ใช้กับ Advertising
- - การเข้าถึงกลุ่มลูกค้า (จูงใจลูกค้าใหม่ๆในการเปิดตัวโปรดัค)
- - สร้างภาพลักษณ์ให้กับ Brand เพิ่ม loyalty
- - Instant Buy — ลูกค้าสามารถซื้อสินค้า สั่งสินค้า หรือดูข้อมูลต่างๆโดยตรงได้จาก ad หรือ billboard ได้เลย
- - สร้าง Viral effect หากว่า AR นั้นๆมีความน่าสนใจ
- - มี Promo code หรือ Coupon ซ่อนไว้ สำหรับคนที่ใช้ AR เท่านั้น
เรื่องนี้บอกอะไรกับนักเรียน
ทำให้ได้เรียนรู้และเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆมากขึ้น ได้รู้ถึงประโยชน์ของAR และได้รู้ว่าความจริงแล้วเราก้ใช้อยู่เป็นประจำกับการเล่นเกมที่มีนำส่วนของโลกแห่งความเป็นจริงมาผสมอย่างโปเกม่อนโกที่เป็นที่นิยมอยู่พักใหญ่
ประโยชน์ที่ได้รับจากเรื่องนี้ “ต่อตนเอง หรือส่วนรวม” คืออะไร
ทำให้ได้ความรู้ใหม่ๆ และสามารถทำให้ผู้ที่เข้ามาอ่านได้รู้ถึงประเภทและข้อดีของAR สามารถนำไปเป็นความรู้เพิ่มเติมเผื่อที่จะสามารถนำไปประยุกต์ทำงานอื่นๆได้
นักเรียนนำสิ่งที่ได้รับจากการอ่านเรื่องนี้มาใช้ใน “ชีวิตจริง” อย่างไรบ้าง
เป็นความรู้เพิ่มและสามารถนำไปใช้ได้เมื่อเวลาคุณครูสั่งงานและให้ใช้ARในการทำงานส่งโดยที่เราก้จะเข้าใจและทำมันออกมาได้เป็นอย่างดี สามารถนำไปใช้ได้ในอนาคตไม่ว่าจะเป็นในมหาวิทยาลัยหรือแม้กระทั่งเรียนจบทงานแล้วก้จะมีความสามารถด้านเทคโนโลยี






